คุณอยู่ที่

สังคมไทย

ปรับขนาดตัวอักษร

-A A +A

การจ้างงานคนพิการ: การส่งเสริม สิทธิประโยชน์ และประเด็นที่ควรพิจารณา

ภาพวาดของผู้ชายคนหนึ่งที่สวมแว่นตาดำและสวมเสื้อแขนยาวสีส้ม เขากำลังถือไม้เท้าสำหรับคนตาบอดด้วยมือขวา และมือซ้าถือถุงพลาสติกสีขาวที่มีสิ่งของอยู่ข้างใน เขาสวมกางเกงขายาวสีเข้มและรองเท้าผ้าใบ มีท่าทางกำลังเดินอยู่บนพื้นสีเทาอ่อนโดยไม่มีฉากหลังอื่นใดเพิ่มเติม

ปัจจุบัน การจ้างงานคนพิการมีพัฒนาการที่ดีขึ้น และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อไปในทางที่ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ควรตั้งคำถามคือ การจ้างงานดังกล่าวมี “เนื้อนัย” ที่ดีขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นประเด็นสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

ความทรงจำ น้องหมา และมายาคติว่าคนตาบอดเลี้ยงสัตว์ไม่ได้

“ประโยคสั้น ๆ วันนั้น…ทำให้ผมจำไปทั้งชีวิต”

ประมาณสิบปีก่อน…ผมทำงานอยู่ร้านนวดชื่อดังแถวนวมินทร์

วันหนึ่ง…ผมกับน้องสาวชวนกันไปเดินตลาดบางกะปิ

พอเดินถึงห้างใหญ่ใกล้ ๆ กัน ก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ ดังแข่งกันอยู่หน้าห้าง — เสียงลูกหมาหลายตัวส่งเสียงร้องคิกคัก

ผมเป็นคนรักหมามาก พอได้ยินก็เหมือนหัวใจถูกดึงเข้าไปหา

น้องสาวจูงมือผมเข้าไปใกล้ แล้วจับมือผมไปวางบนตัวลูกหมาตัวหนึ่ง…

ขนนุ่ม… อุ่น… ตัวเล็กจนพอดีอุ้งมือ

มันน่ารักจนหัวใจผมเต้นแรง เหมือนมันกำลังบอกว่า “พาฉันกลับบ้านนะ”

เมื่อ "น้ำใจ" กลายเป็น "ความกังวล" – การปฏิเสธการช่วยเหลือของผู้พิการเป็นเรื่องดีหรือแย่?

รูปภาพของ yod007
เขียนโดย yod007 เมื่อ เสาร์, 08/02/2025 - 14:30

ในฐานะมนุษย์ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการอยู่ร่วมกันและพึ่งพาอาศัยกันเป็นเรื่องปกติของสังคม โดยเฉพาะสำหรับผู้พิการแล้ว การได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นอาจเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหวที่ต้องการทางลาด ผู้พิการทางการได้ยินที่ต้องการล่ามภาษามือเพื่อสื่อสาร หรือผู้พิการทางการมองเห็นที่ต้องการคนบอกทางในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

คนตาบอดก็มีเดทที่ดีได้ : แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากคนตาบอดที่ไม่คิดว่าการมองเห็นคืออุปสรรคในการออกเดทกับใครสักคน

ผมเชื่อว่าหลายคนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น โดยเฉพาะคนตาบอดแบบผม ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน ถ้าต้องออกเดทกับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เพิ่งรู้จักหรือกำลังคบหากันอยู่ ย่อมต้องรู้สึกตื่นเต้นเป็นธรรมดา เพราะการเดทคือช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราต้องเปิดเผยตัวตนให้คนตรงหน้ารับรู้ และอาจเป็นช่วงเวลาที่ตัดสินว่าเธอจะอยากรู้จักเราต่อหรือไม่

บทความนี้ผมจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์จริงและเทคนิคเล็ก ๆ ที่ผมใช้ในการออกเดท เพื่อให้คนตาบอดอย่างเราได้แสดงเสน่ห์ในแบบของตัวเอง และสำหรับใครก็ตามที่อยากเรียนรู้การออกเดทแบบใส่ใจ ไม่ใช่แค่ใส่สูทแล้วหวังผล ผมว่าความรู้ที่ผมนำมาแบ่งปันอาจจะช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อยครับ

ชวนส่องมาตรา 35 พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเป็นสัญญาประเพทใด ทำไมคนพิการที่ทำงานมาตรานี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องอาชีพ

กลุ่มคนในออฟฟิศที่กำลังประชุมกัน มีผู้ชายผมทองใส่แว่นกันแดดนั่งอยู่ทางซ้าย เขาสวมเสื้อเชิ้ตยีนส์ทับเสื้อยืดและกางเกงขายาวสีเทา ข้างๆ มีผู้ชายผิวเข้มใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวและกางเกงยีนส์อ่อน กำลังเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ ด้านขวาของภาพมีคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น โต๊ะทำงานมีโน้ตบุ๊ก แก้วน้ำ และอุปกรณ์สำนักงานอื่นๆ บรรยากาศดูสบายๆ และเป็นกันเอง แสงธรรมชาติส่องเข้ามาจากหน้าต่างด้านหลัง

แม้ในปัจจุบันจะมีการจ้างงานคนพิการตามมาตรามากขึ้นก็จริง แต่ทั้งนี้ก็เห็นหลายๆบริษัทเช่นกันเลือกที่จะไม่จ้างงานคนพิการที่ผมจะเรียกมันว่าเป็นการจ้างแรงงาน ทั้งนี้ผมจะขอพูดถึงอยู่ 2 มาตราด้วยกันคือ

มาตรา 33 วางหลักว่า “เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้าทำงานตาม ลักษณะของงานในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วย งานของรัฐ ทั้งนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนที่ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐจะต้องรับคนพิการเข้าทำงาน”.

ว่าด้วยเรื่องที่คิดว่าคนตาดีอยากถามคนตาบอด

วันนี้นั่งว่าง ๆ ในยามบ่าย อยู่ในช่วงที่ไม่มีงานอะไรเร่งด่วน ผมจึงได้พิจารณาอะไรหลาย ๆ อย่าง วันนี้เลยนั่งค้นหาข้อมูลและคิดอะไรตามประสาคนสมองไม่อยู่นิ่ง และได้สังเกตความเป็นไปของชีวิต โดยใช้ฐานคิดมาจากความตาบอดของตนเอง ย้ำว่าเป็นเพียงฐานคิดแบบคนตาบอดของตนเอง อาจมีการค้นหาข้อมูลเล็กน้อยมาประกอบเท่านั้น

เนื่องเพราะในสังคมมีความหลากหลาย และผมก็เป็นคนคนหนึ่งที่อยู่ในสังคมทั่วไป เนื่องจากความแตกต่างกันของเพื่อนมนุษย์ ความสงสัยบางอย่างจึงเกิดขึ้น

“ชวนไปกี่ครั้งก็ไม่ยอมไป” : ชวนทราบสาเหตุที่คนตาบอด (บางส่วน) ไม่ค่อยอยากไปงานบุญ งานแต่งงาน ฯลฯ

รูปภาพของ suriyan
เขียนโดย suriyan เมื่อ อาทิตย์, 05/19/2024 - 11:32

สำหรับบทความนี้ ทาง Blind Living ต้องขอออกตัวเอาไว้ก่อนว่า นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนหนึ่ง และคนตาบอดไม่ได้รู้สึกแบบนี้กันทุกคน หรือทุกงาน บทความนี้เพียงต้องการอธิบายหนึ่งในสาเหตุที่ว่า เพราะอะไร เมื่อมีคนชวนคนตาบอดไปงาน แต่งงาน งานบวช และงานอื่นๆ ทำไมคนตาบอดบางส่วนถึงไม่ค่อยอยากไป

ประการแรกที่คนตาบอดไม่ค่อยอยากไปงานที่เป็นลักษณะงานบุญ หรืองานแต่งงาน เนื่องเพราะงานดังกล่าวมีจำนวนคนเยอะ หากผู้ดูแลมีงานยุ่งไม่พร้อมดูแล คนตาบอดก็จะอยู่ได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับสถานที่ ไม่คุ้นเคยกับบุคคลภายในงาน และไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้ยาก

“ธุรกิจเพื่อสังคม” ไม่ใช่ “ธุรกิจสายบุญ หรือการหากินกับคนพิการ” สิ่งที่คนในสังคมควรทำความเข้าใจให้ตรงกัน

รูปภาพของ suriyan
เขียนโดย suriyan เมื่อ พฤหัสฯ, 10/06/2022 - 07:49

หลายคนมักมองธุรกิจเพื่อสังคม หรือธุรกิจเพื่อคนพิการเป็น "การทำบุญ" ซึ่งในความจริงแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจกันผิดไปไกลพอสมควร

คือถ้าช่วยเหลือเพราะไม่มีผลตอบแทนที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม จะมองอย่างงั้นก็พอทำเนา

สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคนตาบอดอาจสะเทือนใจ แต่ที่จริงแล้วอาจไม่เป็นอย่างที่คุณคิด

รูปภาพของ suriyan
เขียนโดย suriyan เมื่อ อาทิตย์, 03/27/2022 - 10:55

หลายครั้ง ที่คนตาดีมักเข้าใจไปว่า หากพูดแบบนั้นแบบนี้ หากทำแบบนั้นแบบนี้ แล้วคนตาบอดอาจจะรู้สึกแย่ หรือรู้สึกไม่ดี กระทั่งอาจสะเทือนใจไปเลย ซึ่งเมื่อคนตาดีบางคนพบเห็นคนรอบข้างมีพฤติกรรมดังกล่าว ก็จะพยายามเอ่ยห้าม หรือดุด่าบุคคลนั้นๆ ไม่ให้แสดงออกถึงพฤติกรรมดังกล่าว เพราะเกรงว่าคนตาบอดอาจจะคิดมาก และส่งผลต่อสภาพจิตใจ

ทว่าในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่คนทั่วไปคิดว่าหนักหนาในความรู้สึกคนตาบอดนั้น คนตาบอดเองอาจไม่ได้คิดอะไรมาก หรือต่อให้มีผลกระทบจริงๆ ก็มีน้อยมากจนไม่น่ากังวลอย่างที่คิด

ยิ่งครอบครัวห่วงมาก คนตาบอดก็ยิ่งอึดอัดมาก : ความในใจที่คนตาบอดหรือคนพิการทุกคนไม่กล้าบอก

รูปภาพของ suriyan
เขียนโดย suriyan เมื่อ เสาร์, 06/20/2020 - 10:10

ดูจากหัวเรื่อง ผมเชื่อว่าคนตาดีหลายท่าน หรือแม้แต่คนตาบอดบางส่วนเองก็ยังสงสัย ว่าทำไมการที่ครอบครัวเป็นห่วงมาก ถึงทำให้คนตาบอดหรือคนพิการประเภทอื่นๆ อึดอัดได้ และถ้าอึดอัด จะอึดอัดเพราะสาเหตุอะไรกันแน่

ทั้งนี้ผมต้องขอบอกก่อนว่า การที่ครอบครัวเป็นห่วงถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าครอบครัวห่วงคนพิการมากจนเกินไป ก็จะทำให้คนพิการรู้สึกว่าตัวเองด้อยความสามารถ ทั้งยังทำให้คนพิการรู้สึกว่าตัวเองขาดอิสระ จะทำอะไรครอบครัวก็คอยห้าม จะไปไหนด้วยตัวเองก็ถูกครอบครัวปฏิเสธตลอด

มุมมองคนพิการทางสายตาในสังคมไทย

รูปภาพของ ลับแล
เขียนโดย ลับแล เมื่อ อังคาร, 09/17/2019 - 14:16
คนพิการทางสายตาในมุมมองของคนในสังคมนั้นมักแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ตรงของแต่ละคน แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วคนพิการทางสายตาเป็นเพียงคนที่สูญเสียความสามารถทางการเห็น หากความสามารถด้านอื่นยังอยู่ครบ ที่สำคัญเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อชดเชยความสามารถด้านการเห็นด้วยแล้ว คนพิการทางสายตาอาจกลายเป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นด้วยซ้ำไป

คำถามที่คนตาบอดพบบ่อย แล้วคนปกติบางส่วนยังไม่รู้

รูปภาพของ suriyan
เขียนโดย suriyan เมื่อ อาทิตย์, 05/19/2019 - 19:01

คุณอยากรู้จักการดำเนินชีวิตทั่วไปของผู้พิการทางสายตาหรือเปล่า...? ถ้าคุณอยากรู้ หรือมีความสนใจ บทความนี้...สามารถตอบคุณได้แน่นอน!

“คุณซักผ้าเองหรือเปล่า?”

“ใครอาบน้ำให้น้องเหรอจ๊ะ?”

“กินข้าวยังไงเนี่ย? ใครป้อนเหรอ?”

“รีดผ้ากันยังไง เตารีดไม่ลวกเหรอ?”

“แล้วเล่นอินเทอร์เน็ตกันยังไง โพสต์เอง พิมพ์เอง ลงบทความเองหรือเปล่า??”

...และอีกมากมาย...

Subscribe to RSS - สังคมไทย